● จังหวัดภูเก็ต
● ศูนย์ตรวจสอบและเฝ้าฟังฯ
● ชมรมวิทยุฯปลาไหลไฮเทค
ข้อบังคับ สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต
การประชุมใหญ่ ข้อ 23. กำหนดการประชุมใหญ่มีดังนี้ 1. ให้มีกาประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละหนึ่งครั้งภายในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี 2. ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารเห็นสมควร หรือสมาชิกสามัญที่ไม่ค้างชำระค่าบำรุงประจำปี ไม่น้อยกว่า 100 คน แสดงความจำนงโดยยื่นหนังสือพร้อมด้วยเหตุผลต่อนายกสมาคม ขอให้มีการประชุมให้คณะกรรมการ นัดประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับ หนังสือร้องขอ ข้อ 24. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ไม่ว่าเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือ การประชุมใหญ่ วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญมารประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม ของสมาชิกสามัญ จึงจะเป็นองค์ประชุม ข้อ 25. นอกจากที่กล่าวไว้เป็นอย่างอื่น ในข้อบังคับนี้ ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากของ องค์ประชุมเป็นมติ ของ ที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงได้อีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด ข้อ 26. การเรียกประชุมใหญ่ เลขาธิการจะต้องส่งหนังสือบอกกล่าวถึง วัน เวลา และสถานที่ และระเบียบวาระการประชุม ไปให้สมาชิกทุกคนทราบก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน ข้อ 27. กรณีที่มีการประชุมใหญ่ครั้งแรก สมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม การประชุมใหญ่ได้นัดประชุมในวัน และเวลาใด หากล่วงพ้นกำหนดเวลาไปแล้วหนึ่งชั่วโมงยังมีสมาชิกมาไม่ครบองค์ประชุม ให้เลื่อนการประชุม ไปไม่เกิน 30 วัน นับจากวันประชุมใหญ่ครั้งแรกในการนัดประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้ จะมีสมาชิกมาประชุมน้อย เพียงใดก็ให้นับเป็นองค์ประชุมได้ ข้อ 28. ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุมใหญ่ ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุปนายกสมาคมคนที่ 1 เป็นประธานในที่ประชุม แทน หากอุปนายกสมาคมคนที่ 1 ไม่อยู่หรือไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อุป นายกสมาคมคนที่ 2 เป็นประธานในที่ประชุมแทน ข้อ 29. วิธีออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ การออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ ให้ถือปฏิบัติเป็น 2 กรณี คือ 1. โดยเปิดเผย ให้ใช้วิธียกมือ 2. การลงคะแนนลับ ให้ใช้วิธีเขียนบัตรลงคะแนน และจำทำได้เมื่อสมาชิก ไม่น้อยกว่าครึ่งในที่ประชุมร้องขอ ข้อ 30. กิจการอันถึงต้องกระทำในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
การเงินและการบัญชี
ข้อ 31. การเงินของสมาคม การเงินของสมาคมให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการสมาคม โดยให้เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ในนามสมาคม เพื่อเก็บรักษาเงินของสมาคม โดยมีนายกสมาคมหรืออุปนายกสมาคมและเหรัญญิกหรือผู้ช่วยเหรัญญิกลงลายมือชื่อร่วมกัน 2 คน โดยให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) หากเกินกว่านี้ ต้องได้รับจากคณะกรรมการบริหาร ข้อ 32. บัญชีการเงินและทรัพย์สิน ให้เหรัญญิกจัดให้มีบัญชีการเงินและทรัพย์สินของสมาคมพร้องด้วย ใบสำคัญและหลักฐานการรับเงิน การจ่ายเงินทุกรายต้องมีในสำคัญอันมีรายการจำนวนเงินถูกต้องตามที่ ได้รับอนุมัติจากนายกสมาคมหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกสมาคมหลักฐานการับจ่ายต้องเก็บรักษาไว้ เพื่อ การตรวจสอบ โดยเรียบร้อยครบถ้วนไม่น้อยกว่า 5 ปี เหรัญญิกมีอำนาจเก็บรักษาเงินสดไว้ในมือ เพื่อใช้จ่ายเป็นเงินไม่เกิน 10,000 บาท ( หนึ่งหมื่นบาทถ้วน ) ทั้งนี้ให้คณะกรรมกาบริหารวางระเบียบการเงิ นและทรัพย์สินของทางสมาคม ให้เหมาะสมรัดกุม และให้เหรัญญิกแถลงฐานะการเงินให้คณะกรรมการ บริหารทราบทุกเดือน ข้อ 33. ให้เหรัญญิกจัดทำงบดุลปีละครั้ง แล้วส่งให้ผู้ตรวจสอบ ให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี ข้อ 34. ให้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันสิ้นปีทางบัญชีของทางสมาคม ข้อ 35. ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับ อนุญาต ข้อ 36. ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่ ที่จะเรียกเอกสารเกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากกรรมการบริหารของ ทางสมาคม และสามารถจะเรียกกรรมการบริหารหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชี และทรัพย์สินของสมาคมได้ ข้อ 37. คณะกรรมการบริหารจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
ข้อ 38 ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้นและองค์ประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดมติของที่ประชุมใหญ่ในการ ให้เปลี่ยนแปลงแก้ไข ข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกสามัญที่เข้า ประชุมทั้งหมด
ข้อ 39 การเลิกสมาคม จะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่สมาคม ยกเว้นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของสมาชิกที่เข้าประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้อง ไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด ข้อ 40 เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตามรัพย์สินของสมาคมเหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของนิติบุคคลอื่นที่มีวัตถุประสงค์ คล้ายคลึงกันหรือ.................................................................................................. หมายเหตุ – การชำระบัญชีเมื่อสมาคมต้องเลิก
เบ็ดเตล็ด
ข้อ 41 การลงนามในเอกสารต่าง ๆ ในการทำนิติกรรมใด ๆ อันเป็นหลักฐานของสมาคม และการอรรถคดีนั้น เมือนายกสมาคม หรืออุปนายก หรือกรรมการอื่นสองนายที่คณะกรรมการมีมติมอบหมายให้ ลงลายมือชื่อ และประทับตราสมาคมแล้ว เป็นอันใช้ได้
บทเฉพาะกาล
ข้อ 42 ข้อบังคับฉบับนี้ๆให้เริ่มใช้บังคับได้นับแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เป็นต้นไป ข้อ 43 ในวาระแรกเริ่ม ให้คณะผู้ก่อตั้งสมาคมเป็นผู้แต่ตั้งคณะกรรมการบริหารเพื่อดำเนินกิจการของ สมาคม ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม ข้อ 44 ให้ผู้เริ่มก่อการสมาคม ดังปรากฏในรายชื่อคำขอจดทะเบียนสมาคม ทำหน้าที่และรักษาการ คณะกรรมการบริหารสมาคม และวางระเบียบการบริหารการจัดการสมาคม ให้เรียบร้อยก่อนการเลือก ตั้งคณะกรรมการบริหารสมาคมชุดต่อไปแต่ทั้งนี้มิให้เกินกำหนด 2 ปี นับแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาต ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ข้อ 45สมาชิกของ “ชมรมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต”ที่ยังคงสมาชิกภาพทุกท่านนั้นให้เปลี่ยนเป็นสมาชิกของ “สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต”โดยไม่ต้องยื่น ใบสมัครใหม่ของ “ สมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต” ข้อ 46 กฎ ระเบียบ ของชมรมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ต ทุกฉบับ ที่ได้ประกาศใช้แล้วให้ เปลี่ยนกฎ ระเบียบ ของสมาคมวิทยุสมัครเล่นจังหวัดภูเก็ตและให้มีผลใช้ได้ต่อไป